เศษหนึ่งส่วนสอง

เศษหนึ่งส่วนสอง?

คืออะไร. . .

ปกติเคยได้ยินแต่ชานชรา เก้า เศษสามส่วนสี่ ที่เคยขึ้นตอนไปกับทัวร์ ฮอกวอร์ต-หัวลำโพง-โป่งน้ำร้อนนะ…

..

(ฮา…กริบ)

(ไม่มีสัญญาณตอบรับจากมุขที่ท่านเล่น…โปรดเล่นมุขใหม่ในโอกาสหน้า ขอบคุณค่ะ)

อา…หัวข้อวันนี้ก็คงเป็นเรื่องครึ่งๆกลางๆ

เป็นนิทานของสิ่งของ 3 สิ่ง
(เฮ้ย จะเล่นมุขเดิมอีกแล้วเรอะ!!)

อ่าา..ขออภัย เกือบลืมตัวแน่ะ = =

กาลครั้งหนึ่งนานมาแ้ล้ว…

สมัยที่ไดโนเสาร์ยังเคี้ยวหมาก

มีสิ่งของ 3 สิ่งซึ่งเป็นเืพื่อนกันอยู่

ได้แก่..ก้อนหิน ดินทราย และสายน้ำ

หึหึ…มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดหรอก เพราะทั้ง 3 สิ่งนี้นั้น ที่จริงแล้วไม่ได้เป็นเพื่อนกันหรอก
(แต่แกบอกว่ามันเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เรอะ!!)

ความจริงก็คือ ทั้งสามเป็นเพียงเพื่อนกันแต่ในนามเท่านั้น หามีมิตรภาพความเป็นเพื่อนที่แท้จริงไม่

เรื่องมีอยู่ว่า…วันหนึ่ง

วันไหนไม่ทราบได้ แต่ไดโนเสาร์ก็ยังเคี้ยวหมากอยู่ดีแหละ

สายน้ำเกิดอารมณ์ดี นึกสนุกขึ้นมา จึงโถมตัวเข้าใส่ดินทรายบนหาดเพราะคิดว่าเพื่อนเขาคงจะร้อนมาก เพราะโดนแดดเผามาทั้งวัน

"ตูมมม ซาาา.." ดินทรายเปียกไปหมดทั้งแถบ

"เฮ้ย!! นายทำบ้าอะไร ไม่เห็นหรอว่าฉันเปียกหมดแล้ว" ดินทรายต่อว่าอย่างโกรธเคือง

"อา โทษทีๆ ฉันนึกว่านายร้อนน่ะ" สายน้ำขอโทษทั้งๆที่หน้าตายิ้มแย้ม(เพราะยังอารมณ์ดีอยู่)

"บ้านนายเค้าสอนเหรอ ว่าให้ใช้คำว่า "โทษทีๆ" เวลาขอโทษคนอื่นน่ะ"

"แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ?"

"เอางี้ เราจะแบ่งโซนกัน ถ้านายล้ำเส้นนี้เข้ามา (ดินทรายพูดพลางขีดเส้นแบ่งเขต) ฉันไม่ให้อภัยนายแน่!!"

"โอเคๆ"

อา…ดินทรายมันจะไปขีดเส้นแบ่งขีดไ้ด้ยังไงฟระ…แต่..ช่างมันเหอะ

เมื่อแบ่งเขตแดนกันแล้ว พื้นที่ของดินทรายก็ดูแคบลงไปถนัดตา เขาจึงแผ่ตัวขยายออกไปยังอีกฝั่ง ซึ่งมีก้อนหินใหญ่ตั้งอยู่

ทรายค่อยๆจับตามก้อนหิน บางครั้งยิ่งลมแรงๆ หอบทรายไปปกคลุมก้อนหินแทบมิด..

แรกๆก้อนหินก็ยังไม่ว่าอะไร แต่ครั้นหลายๆวันเข้าก็ชักอดรนทนไม่ไหวเหมือนกัน

จึงพูดกับดินทรายตรงๆว่าจะขอแบ่งอาณาเขตให้แน่นอน จะได้ไม่รบกวนกัน

ทั้งก้อนหินและดินทรายเป็นพวกหัวประชาิธิปไตยเป็นอย่างยิ่ง จึงตัดสินกันด้วยการโหวต..

ดินทรายที่มีพวกมากกว่าก้อนหิน (ก็แหงอยู่แล้วสิฟะ) มีคะแนนโหวตมากกว่า ก้อนหินจึงเสียพื้นที่เดิมให้กับดินทรายไป

และได้ขยับขยายที่ไปอีกฝั่งแทน…ซึ่งติดกับสายน้ำ

อา…ถึงตรงนี้แล้ว ผู้อ่านก็คงพอเดาได้ว่าก้อนหินกับสายน้ำนั้นต้องมีปัญหากันอย่างแน่นอน

แต่ความจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้นเลย…

ทั้งคู่ได้ตกลงแบ่งเขตกันอย่างชัดเจนแน่นอนก่อนแล้วเรียบร้อย ปัญหาจึงไม่เกิดขึ้น

เรื่องนี้ก็จบลงแต่เพียงเท่านี้

อา…อ่านแล้วทำไมรู้สึกเหมือนยังไม่จบนะ

ก็ผู้เขียนบอกแล้วไง ว่าหัวข้อวันนี้มันคงเป็นเรื่องอะไรที่มันครึ่งๆกลางๆ

ก็เลยเขียนให้มันจบๆแบบครึ่งกลางๆนี่แหละ…

แต่อย่างน้อย. . . เรื่องนี้ก็แฝงข้อคิดไว้อย่างนึง
(เป็นเรื่องที่แกคิดเอาเองมากกว่ามั้ง!!)

คือการที่บางทีเราทำอะไรลงไป..อาจไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของคนอื่น

หากเราโชคดีที่รับรู้ความรู้สึกนั้นได้ ก็คงไม่มีอะไรจะทำได้มากเกินไปกว่าคำว่า "ขอโทษ"

แต่โชคดีมักไม่เข้ามาหาเราเสมอไปหรอก คงมีหลายครั้งเลยที่เราคงไม่รู้ตัวว่าทำให้ผู้อื่นเจ็บช้ำน้ำใจไปแล้ว. . .

สายเกินแก้. . .

จึงขอสรุปว่าไม่มีอะไรดีไปกว่าการป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้น

ดังนั้น คำว่า "พบกันครึ่งทาง" คงช่วยแก้ปัญหาที่เรียกว่า "ล้ำเส้น" ไปได้

ไม่ว่าจะเป็น เส้นแบ่งความเป็นคนรัก

ความเป็นเพื่อน. . .

เรื่องส่วนตัว..

เรื่องงาน.

หรือเรื่องจิปาถะล้านแปดพันเก้าก็ยังไหว

.

แล้วคุณล่ะ…เคยพบกันครึ่งทางกับคนอื่นบ้างหรือยัง?

..

อา…พักหลังๆนี้รู้สึกว่า space จะมีสาระมากขึ้น (ฝืดขึ้นด้วย) แฮะ คราวหน้าขอกลับไปไร้สาระเหมือนเดิมแล้วกัน. .

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

One Response to เศษหนึ่งส่วนสอง

  1. Sarawut says:

    จ้าของสเปสก้ครึ่งๆกลางๆ
     
    เพศนะอย่าสับสน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s